นายถงเจิ้นหยวน ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย เรียกร้องให้ไต้หวันและไทยจัดตั้งพันธมิตรสู้ภัยโรคโควิด-๑๙

ภายใต้สถานการณ์ที่ท้าทายของโรคโควิด-๑๙ นี้ หลายคนรู้สึกกังวล ร้อนใจ ถึงกระทั่งรู้สึกหวาดระแวง วันที่ ๑๕ เมษายน ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกมีจำนวนทั้งหมด ๒ ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย ๑๒๖,๐๐๐ คน ประเทศเกือบครึ่งหนึ่งของโลกได้ปิดพรมแดนหรือปิดเมือง ประชากรหลายร้อยล้านคนจำเป็นต้องอยู่ภายในบ้าน

 

จนถึงขณะนี้ ไต้หวันยังถือว่าโชคดี เนื่องจากรัฐบาลมีการบริหารจัดการเชิงรุก มุ่งมั่นในการติดตามประวัติการทำกิจกรรมของผู้ป่วยทุกคน มีมาตรการกักตัวอย่างเข้มงวด รวมถึงการให้ความรู้ด้านสาธารณสุขแก่ประชาชน ทำให้ผู้ติดเชื้อสะสมในไต้หวันมีจำนวนต่ำกว่าจำนวนของประเทศอื่น และผลกระทบของโรคโควิด-๑๙ ต่อชีวิตคนไต้หวันนั้นยังคงไม่มากนักจนกระทั่งวันนี้ ยอดผู้ติดเชื้อสะสมที่ไต้หวันมีจำนวนไม่ถึง ๔๐๐ ราย วันที่ ๑๔ เมษายนไม่มีผู้ติดเชื้อเลย นอกจากนี้ ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นผู้ติดเชื้อที่มาจากต่างประเทศ และจะได้รับการรักษาที่เหมาะสมทันทีที่ผ่านการคัดกรอง

 

ไต้หวันถูกจีนกีดกันทางการเมืองจึงไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมขององค์การอนามัยโลก และองค์การอนามัยโลกก็ไม่สามารถช่วยเหลือไต้หวันได้ ทว่าโรคโควิด-๑๙ ได้แพร่กระจายข้ามพรมแดน โดยไม่มีการแบ่งแยกสัญชาติ องค์กรสาธารณสุขของแต่ละประเทศทั่วโลกและระดับนานาชาติควรจะร่วมมือกันต่อสู้กับโรคโควิด-๑๙ ไต้หวันยินดีที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลก ร่วมมือต่อสู้กับโรคระบาดครั้งใหญ่ในร้อยปีที่ผ่านมานี้

 

ประสบการณ์ความสำเร็จด้านการป้องกันการโรคระบาดของไต้หวันเอง ไต้หวันสามารถให้ความช่วยเหลือได้ ยินดีที่จะช่วยเหลือทั่วโลก และกำลังช่วยเหลือทั่วโลกอยู่ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการธุรกิจชาวไต้หวันในประเทศไทยรวมทั้งสิ้น ๕,๐๐๐ รายและชาวไต้หวันในไทยมีจำนวนมากถึง ๑๕๐,๐๐๐ คน การแพร่กระจายของโรคโควิด-๑๙ ไม่เพียงแต่เป็นภัยต่อคนไทย ยังเป็นภัยต่อคนไต้หวันในไทย หรือแม้ระทั่งระบาดไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่นเดียวกับรัฐบาลไทย รัฐบาลไต้หวันห่วงใยสุขภาพของคนไทยและสถานการณ์ของโรคระบาด ไต้หวันและไทยเสมือนครอบครัวเดียวกัน เหมือนพี่น้องกัน ไต้หวันยินดีที่จะช่วยเหลือประเทศไทย และสามารถที่จะช่วยเหลือประเทศไทย

 

กระผมขอเรียกร้องให้ไต้หวันและประเทศไทยร่วมสร้างพันธมิตรร่วมมือต่อสู้กับโรคโควิด-๑๙ ไต้หวันไม่เพียงแต่สามารถช่วยบริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สำคัญเท่านั้น ที่สำคัญกว่านั้นคือ ยังสามารถแบ่งปันประสบการณ์การการดำเนินงานของระบบสาธารณสุขของไต้หวัน เทคโนโลยีทางการแพทย์ทางเลือก นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีการป้องกันการแพร่ระบาดอื่น ๆ ให้กับทุกภาคส่วนของประเทศไทย

 

๑๐ ปัจจัยในความสำเร็จของการต่อสู้กับโรคระบาดของไต้หวันตามรูปแบบของไต้หวัน:

 

๑. การตอบสนองอย่างรวดเร็วของรัฐบาลต่อโรคระบาด: ไต้หวันเริ่มตรวจหาไวรัสในผู้โดยสารที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่นตั้งแต่วันที่ ๓๑ ธันวาคม ปี ๒๐๑๙ จากนั้นจัดตั้งคณะทำงาน ส่งผู้เชี่ยวชาญ ๒ คนไปสอบสวนโรคที่เมืองอู่ฮั่น เพื่อเตรียมรับมือกับกรณีฉุกเฉิน

 

๒. รัฐบาลจัดตั้งศูนย์บัญชาการควบคุมโรคระบาดตั้งแต่ระยะแรกของโรคระบาด: เมื่อมีผู้ป่วยโรคโควิด-๑๙ รายแรกเมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม ปี ๒๐๒๐ ไต้หวันได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการควาบคุมโรคระบาด ซึ่งได้รับมอบอำนาจอย่างเต็มที่จากรัฐบาลให้ออกมาตราการควบคุมต่างๆ ได้รวมทั้งการจำกัดชายแดน แผนการติดตามและตรวจสอบ แผนกักกัน แผนการผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์แพทย์ที่สำคัญ ฯลฯ

 

๓. รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความโปร่งใสของข้อมูล: หลังจากการจัดตั้งศูนย์บัญชาการควบคุมโรคแล้ว มีการแถลงข่าวต่อสาธารณชนและทั่วโลกทุกวัน ชี้แจงข่าวปลอม และให้วิธีการปกป้องตนเองจากโรคแก่ประชาชน ในช่วงเวลาสั้นๆ ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคระบาดได้สร้างความน่าเชื่อถือของตนเอง รวมถึงได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

 

๔. รัฐบาลได้ควบคุมการส่งออก การกระจายแบบรวมศูนย์ และเพิ่มการผลิตของวัสดุทางการแพทย์ที่สำคัญ: มาตรการเหล่านี้ทำให้ในวันที่ ๙ เมษายน ประชาชนชาวไต้หวันและชาวจีนโพ้นทะเลทุกคนสามารถซื้อหน้ากากอนามัยได้ ๙ ชิ้นต่อ ๒ สัปดาห์ ในราคาเพียง ๕ บาทต่อชิ้น

 

๕. รัฐบาลใช้รูปแบบคณะรัฐมนตรีรวมศูนย์ในการบังคับบัญชามาตรการโรคระบาด: มาตรการป้องกันโรคระบาดของทุกกระทรวงล้วนอยู่ภายใต้คำสั่งของศูนย์บัญชาควบคุมโรค และได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีสภาบริหาร

 

๖. รัฐบาลสามารถบูรณาการระบบการแพทย์ได้สำเร็จ: เนื่องจากความจำเป็นด้านการป้องกันโรคอย่างเร่งด่วน รัฐบาลไต้หวันจำเป็นต้องปรับปรุงระบบการแพทย์ให้สอดคล้องกัน เพื่อสามารถตรวจสอบ วินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-๑๙ ให้มีประสิทธิภาพที่สุด

 

๗. การปฎิบัติตามมาตรการป้องกันการติดเชื้อภายในสถานพยาบาลอย่างเข้มงวด: เพื่อป้องกันการติดเชื้อภายในโรงพยาบาล สถานพยาบาลได้ใช้มาตรการป้องกันเชิงรุก รวมถึงขั้นตอนการคัดกรองและรักษาผู้ป่วยที่ต้องสงสัยกับผู้ป่วยทั่วไปออกจากกัน การแบ่งชั้นอาคารสำหรับเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่ทำงาน และจัดเตรียมให้มีสิ่งของป้องกันโรคระบาดอย่างเพียงพอเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก

 

๘. รัฐบาลจัดทำระบบติดตามตรวจสอบประวัติการสัมผัสของผู้ป่วย: โรงพยาบาลสามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพและประวัติการเดินทางส่วนบุคคลได้จากบัตรประกันสุขภาพของบุคคลนั้น เพื่อให้หน่วยงานสาธารณสุขสามารถติดตามจัดทำประวัติการสัมผัสของผู้ป่วยได้ ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่สมบูรณ์ของไต้หวันเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไต้หวันประสบความสำเร็จด้านการจัดทำประวัติการสัมผัสของผู้ป่วย

 

๙. รัฐบาลรายงานสถานการณ์โรครายวัน: ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคจะแถลงข่าวรายงานสถานการณ์โรคทุกวัน พร้อมนำเสนอข้อมูลโรคระบาดและมาตรการป้องกันโรคระบาดล่าสุด โดยมีวัตถุประสงค์ชี้แจงข่าวปลอมจากจีน ทำให้สถานการณ์โรคและข้อมูลป้องกันโรคโปร่งใสและเปิดเผย และเป็นที่ยอมรับของประชาชน

 

๑๐. รัฐบาลและประชาชนร่วมมือร่วมใจขยายประสิทธิภาพการป้องกันโรค: องค์กรเอกชนด้านเทคโนโลยีไต้หวันมีชื่อเสียงด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีที่ทันสมัย และการบูรณาการที่สมบูรณ์ องค์กรเอกชนมีส่วนร่วมในการป้องกันโรคระบาดของรัฐบาลครั้งนี้เป็นอย่างมาก รัฐบาลไต้หวันมีทรัพยากรและเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นสำหรับการป้องกันโรคระบาด จากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน

 

เพื่อส่งเสริมการแบ่งปันประสบการณ์โรคระบาดและความร่วมมือด้านเทคโนโลยีระหว่างไต้หวันกับไทย สำนักเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย ได้จัดประชุมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง หัวข้อประชุมรวมถึง รูปแบบและวิธีปฏิบัติการป้องกันโรคของไต้หวัน เทคโนโลยีและการรักษาโรคของไต้หวัน อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับโรคระบาดและแนวทางแก้ไขปัญหาของไต้หวัน เทคโนโลยีและโอกาสทางธุรกิจเชิงอุตสาหกรรมด้านการป้องกันโรคของไต้หวัน วิธีป้องกันโรคของหน่วยงานวิจัยการแพทย์ระดับชาติของไต้หวัน และแนวทางป้องกันโรคด้วยเทคโนโลยีของไต้หวัน บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงเนื้อหาการประชุมได้โดยผ่านการแถลงข่าวและวิดีโอที่บันทึกการประชุมบนเว็บไซด์ http://XCOVID-19.Taiwan-Thailand.Net

 

นอกจากนี้นักธุรกิจชาวไต้หวันและชาวจีนโพ้นทะเลในไทยยังได้จัดตั้ง “กลุ่มระดมทุนเพื่อคนไทยสู้ภัยโรคโควิด-๑๙ จากชาวไทยและชาวจีนโพ้นทะเล” เงินส่วนนี้ถูกนำไปจัดซื้อของใช้ป้องกันโรคและบริจาคให้กับสถานพยาบาลในไทย ขณะนี้ทางกลุ่มได้รับเงินบริจาคและของใช้ป้องกันโรคอย่างต่อเนื่อง อาทิตย์ที่แล้วมีการบริจาคหน้ากากอนามัยจำนวนหนึ่งให้กับโรงพยาบาลตำรวจ เร็วๆนี้ จะมีการบริจาคของใช้ป้องกันโรคให้กับโรงพยาบาลอื่นต่อไป

 

ไต้หวันและไทยเปรียบเสมือนพี่น้อง ไต้หวันสามารถให้ความช่วยเหลือ ยินดีให้ความช่วยเหลือและกำลังช่วยเหลือไทยต่อสู้กับโรคระบาดอยู่ กระผมขอเรียกร้องให้ไต้หวันและไทยจัดตั้งพันธมิตรสู้ภัยโรคโควิด-๑๙ เพื่อร่วมกันต่อสู้โรคโควิด-๑๙ และฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและขอให้ทุกท่านมีพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง