ความสัมพันธ์ระหว่างสำนักงานฯกับไทย

  1. การตั้งสำนักงานเศรษฐกิจการค้า

ประเทศไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 1975  และยุติความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐจีน ในเวลาต่อมาทั้งสองฝ่ายเห็นควรรักษาไว้ซึ่งความสัมพันธ์ที่แท้จริง จึงตกลงตั้งสำนักงานประจำกรุงเทพและไทเปขึ้น โดยตั้งสำนักงานผู้แทนไชน่าแอร์ไลน์ที่กรุงเทพในวันที่ 10 กันยายน ค.ศ. 1975  ต่อมามีการเปลี่ยนชื่อหลายครั้งจนเป็นสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทยในปัจจุบัน

2. ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจการค้า

2.1 การค้าระหว่างไต้หวันกับไทย
ปี 2015 ประเทศไทยเป็นประเทศคู่ค้าอันดับที่10ของไต้หวัน เป็นตลาดการค้าการส่งออกอันดับที่11และเป็นประเทศที่ไต้หวันนำเข้าอันดับที่12 ยอดเงินการค้าระหว่างไทยกับไต้หวันในปี 2015 คือ9,597 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 7.7% จากปี 2014 ไต้หวันส่งออกให้ไทย 5,661ล้านเหรียญสหรัรฐ ลดลง7.10% นำเข้าจากไทย 3,936ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 8.56% สินค้าที่ไต้หวันส่งออกให้ไทยคือ ไอซีบอร์ด เครื่องจักรไฟฟ้า สินค้าประมง เหล็กกล้า ชิ้นส่วนจักรยานยนต์ ผลิตภัณฑ์พลาสติก และสิ่งทอเป็นหลัก สินค้าที่ไต้หวันนำเข้าจากไทยคือเครื่องจักรไฟฟ้าอิเล็กทอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์โลหะและยางพารา เป็นต้น

2.2 การลงทุนระหว่างไทยกับไต้หวัน

ในช่วงปีที่ผ่านมานักธุรกิจชาวไต้หวันได้มุ่งลงทุนในแถบเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การลงทุนของไต้หวันในไทยมีเงินลงทุนรวม 14,339 ล้านเหรียญสหรัฐ (เงินทุนรวมถึงเดือนกันยายน2560) เป็นอันดับที่ 3 ของการลงทุนจากต่างประเทศ (รองจากญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา) มีทั้งหมด 2,349 ราย การลงทุนของไต้หวันในไทยส่วนมากเป็นธุรกิจขนาดกลางและย่อม(SME)โดยหลักจะเป็นกิจการอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เคมีภัณฑ์และอุตสาหกรรมกระดาษ ผลิตภัณฑ์โลหะและเครื่องจักร แผงโซล่าเซลล์ อาหาร แร่และเซรามิค อุตสาหกรรมแปรรูป การเกษตรและบริการ เป็นต้น

3. แรงงานและการท่องเที่ยว

ไต้หวันกับไทยมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดด้านแรงงาน ประเทศไทยคือแหล่งนำเข้าแรงงานที่สำคัญของไต้หวัน ปัจจุบันมีแรงงานไทยทำงานในไต้หวันราว 60,000 คน ส่วนมากทำงานภาคอุตสาหกรรม ไต้หวันกับไทยผลัดกันจัดการประชุมกิจการแรงงานทุกปีเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในส่วนที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้จำนวนนักท่องเที่ยวไต้หวันที่เดินทางมาประเทศไทยในหลายปีนี้เพิ่มขึ้นเป็นปีละ 500,000 คน/ครั้ง  ชาวไทยที่ไปเที่ยวไต้หวันก็เพิ่มขึ้นเป็นปีละ 100,000 คน/ครั้ง

4. ความสัมพันธ์การเกษตร

ไต้หวันกับไทยมีความร่วมมือทางการเกษตรอย่างใกล้ชิด ทั้งสองฝ่ายผลัดกันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมความร่วมมือการเกษตรทุกปี นอกจากนี้ไต้หวันยังมีการร่วมมือเทคนิคการเกษตรกับมูลนิธิโครงการหลวงเพื่อพัฒนาการเป็นอยู่ของชาวไทยภูเขาทางภาคเหนือ ซึ่งความร่วมมือนี้ได้ต่อเนื่องยาวนานมากว่า 40 ปีแล้วและมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ มูลนิธิโครงการหลวงได้นำรูปแบบความสำเร็จจากความร่วมมือนี้ไปให้การสนับสนุนประเทศลาว เวียดนามและภูฏานในการทำเกษตรที่สูง

5. กิจการจีนโพ้นทะเล

5.1 ชมรมชาวจีนโพ้นทะเล
ชาวจีนมาอาศัยอยู่ในประเทศไทยนานแล้ว ส่วนมากมาจากมณฑลกวางตุ้งและฮกเกี้ยน จากข้อมูลไม่เป็นทางการ ในประชากรกว่า65ล้านคนของไทยเป็นชาวไทยเชื้อสายจีนราว10% หรือราว7ล้านคน เป็นชาวไต้หวันราว 150,000 คน มีโรงเรียนสอนภาษาจีนราว 240 แห่ง ชมรมชาวจีนราว 600 ชมรม ในจำนวนนี้สมาคมจงหัวแห่งประเทศไทยมีประวัติการก่อตั้งยาวนานที่สุด และยังมีชมรมชาวจีนที่ตั้งขึ้นเพื่อการกุศล สาขาอาชีพ ศาสนาและชมรมตระกูลแซ่ 62 แห่ง

5.2 นักธุรกิจชาวไต้หวัน
นักธุรกิจชาวไต้หวันมาลงทุนและสร้างธุรกิจในไทยมากกว่า 40 ปี ในช่วงทศวรรษ 1980 ชาวไต้หวันเริ่มมาลงทุนในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันมีโรงงานไต้หวันตั้งในไทยราว3,000 แห่ง มีสมาคมการค้าไทยไต้หวัน 1 แห่งและชมรมสาขากระจายอยู่ตามที่ต่างๆ 15 แห่ง ที่ตั้งสมาคมฯคือ No. 30/207 Royal Castle, Sukhumvit Soi 39, Sukhumvit Road, Bangkok เว็บไซต์: http://www.ttba.or.th ให้บริการสมาชิกเป็นอย่างดีและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสำนักงานฯ

6.  การกงสุล

สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทยรับผิดชอบงานด้านการกงสุลทั้งไทยและบังกลาเทศ(ไทยและอินเดียจะร่วมรับผิดชอบงานทางด้านกงสุลของบังกลาเทศ)ทั้งนี้เนื่องจากชาวจีนโพ้นทะเลมีการลงทุนติดต่อธุรกิจและท่องเที่ยวในไทยเป็นจำนวนมาก อีกทั้งกรุงเทพยังเป็นศูนย์กลางการเดินทางทางอากาศของเอเชียอาคเนย์ จึงมีผู้โดยสารจำนวนไม่น้อยที่เดินทางมาขอวีซ่าเข้าไต้หวันในประเทศไทย